เทคนิคการดูแลสุขภาพเสียงของนักดนตรีกลางคืน

วิถีชีวิตของนักร้องนักดนตรีกลางคืน เป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องอยู่ท่ามกลางเหล่านักดื่มทั้งหลาย แถมเวลากินนอนก็แตกต่างจากคนทั่วไป บางคนนอนเช้า ตื่นสาย ดังนั้นการดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากโดยเฉพาะเรื่องของเส้นเสียงเพราะเป็นอวัยวะสำคัญที่จะนำเงินมาให้ วันนี้เราจึงมีเทคนิคดีๆ ในการรักษาสุขภาพของผู้ที่เป็นนักร้องกลางคืนมาฝากกันคะ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นความเสี่ยงต่อการทำให้ระบบเสียงและสุขภาพของเราแย่ลง เพื่อที่เราจะได้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น ได้แก่ การดื่มน้ำเย็น การทานอาหารที่เป็นของทอดต่างๆ การทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดหรืออาหารที่มีรสหวานมากๆ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การสูดเอาดรายไอซ์เข้าไประหว่างจังหวะที่ร้องเพลง การรับประทานอาหารจนอิ่มมากเกินไป รวมทั้งยังมีความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องการบำรุงรักษาเสียง คือ เมื่อไหร่ที่ไม่มีเสียงหรือเป็นหวัด ให้แก้ไขด้วยการระเบิดคอ ซึ่งก็คือการดื่มเหล้าเพียวๆ เข้าไป แล้วคอจะโล่งขึ้น ในความเป็นจริงการทำอย่างนั้นจะยิ่งเป็นการทำลายเสียงและสุขภาพบางคนอาจจะถึงกับขั้นเมาหัวราน้ำ จนทำให้เสียการเสียงานด้วยก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่นักร้องกลางคืนจะต้องใส่ใจก็คือการนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ พยายามพักผ่อนเยอะๆ โดยเฉพาะก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงประมาณ 2 ชั่วโมง ห้ามแอบงีบ หรือ แอบนอนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียงไม่ตื่นร่วมทั้งร่างกายก็ยังไม่พร้อมที่จะขึ้นแสดง ฉะนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่จะทำให้สุขภาพและเส้นเสียงของเรามีปัญหา เราจึงควรหลีกเลี่ยงและทำในสิ่งที่ควรทำ ดังนี้ ดื่มน้ำเยอะๆ ทั้งหลังอาหารและก่อนนอน รวมทั้งก่อนที่จะขึ้นเวทีร้องเพลง งดสูบบุหรี่โดยเด็ดดขาด งดการร้องเพลงที่ต้องใช้เสียงตะโกน ตะคอก เพื่อรักษาสภาพเสียงเอาไว้ พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด งดการดื่มนมก่อนขึ้นร้องเพลง หรืออาหารที่มีส่วนผสมของนม เพราะนมจะส่งผลต่อเสียงของนักร้อง อย่าเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะมีผลต่อน้ำลายที่หล่อเลี้ยงลำคอให้ลื่นตลอดเวลา ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเพราะจะทำให้รู้สึกชุ่มคอ แล้วร่างกายยังได้รับวิตามินซีเต็มที่ ซึ่งทั้ง 7 ข้อข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาสุขภาพของนักร้องนักดนตรีกลางคืน ถ้าคุณสามารถทำได้ตามคำแนะนำเหล่านี้ก็จะเป็นผลดีต่อทั้งสุขภาพของตัวและสุขภาพของเสียง เพราะการร้องเพลงตอนกลางคืนก็ค่อนข้างเสี่ยงต่อเรื่องของสุขภาพอยู่แล้วการดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าคิดจะรักทำอาชีพนี้ต่อไป

วิธีตั้งสายกีตาร์แบบให้เสียงไม่เพี้ยน แล้วมีความไพเราะได้ง่ายๆ

สำหรับมือใหม่ที่พึ่งหัดเล่นกีตาร์นั้นและยังไม่รู้จักวิธีการตั้งสายกีตาร์ให้ถูกคีย์วันนี้เรามีวิธีในการตั้งสายกีตาร์แบบไม่เพี้ยนมาฝากกันค่ะ เริ่มจากการตั้งสายจากสายล่างสุดก่อน ซึ่งสายล่างสุดแน่นอนว่าเป็น key E หากมีเครื่องตั้งสายกีตาร์ ก็สามารถเทียบเสียงกับเครื่องได้เลย แต่สำหรับคนที่ไม่มีเครื่องตั้งสายให้ยึดเอาเส้นล่างสุดเป็นหลักเท่านั้น จากนั้นตั้งสายกีตาร์ ดังต่อไปนี้ สายกีตาร์ที่ 1 ต้องอยู่ในระดับเสียง E หรือเสียง มี (สูง) สายกีตาร์ที่ 2 ต้องอยู่ในระดับเสียง B หรือเสียง ที สายกีตาร์ที่ 3 ต้องอยู่ในระดับเสียง G หรือเสียง โซล สายกีตาร์ที่ 4 ต้องอยู่ในระดับเสียง D หรือเสียง เร สายกีตาร์ที่ 5 ต้องอยู่ในระดับเสียง A หรือเสียง ลา สายกีตาร์ที่ 6 ต้องอยู่ในระดับเสียง E หรือเสียง มี (ต่ำ) วิธีตั้งสายกีตาร์ สาย1 เทียบ 2 ทำการกดสาย 2 Fret 5 แล้วดีดสาย 2 กับ 1 พร้อมกัน ฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ หากเสียงตรงกัน หมายความว่าตั้งสายกีตาร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว สาย 2 เทียบ 3 ทำการกดสาย 3  Fret 4 แล้วดีดสาย 3 กับ 2 พร้อมกัน ฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ หากเสียงตรงกัน หมายความว่าตั้งสายกีตาร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว สาย 3 เทียบ 4 ทำการกดสาย 4  Fret 5 แล้วดีดสาย 4 กับ 3 พร้อมกัน ฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ หากเสียงตรงกัน หมายความว่าตั้งสายกีตาร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว สาย4 เทียบ 5 ทำการกดสาย 5 Fret 5 แล้วดีดสาย 5 กับ 4 พร้อมกัน ฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ หากเสียงตรงกัน หมายความว่าตั้งสายกีตาร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว สาย5 เทียบ 6 ทำการกดสาย 6  Fret 5 แล้วดีดสาย 6 กับ 5 พร้อมกัน ฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่ หากเสียงตรงกัน หมายความว่าตั้งสายกีตาร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว การปรับสายเปล่าจะทำให้ปรับได้ง่ายกว่า โดยเริ่มปรับตั้งแต่สาย 6 ไล่ลงไปจนถึงสาย 1 ดังนี้ ตั้งสาย 6 ให้ตรง ตั้ง สาย 5 กด Fret 5 ของสาย 6 ปรับสาย 5 ให้ตรงกับสาย 6 ตั้ง สาย 4 กด Fret 5 ของสาย 5 แล้วปรับสาย 4 ให้ตรงกับสาย 5 ตั้ง สาย 3 กด Fret 5 ของสาย 4 แล้วปรับสาย 3 ให้ตรงกับสาย 4 ตั้ง สาย 2 กด Fret 4 ของสาย 3 แล้วปรับสาย […]

guitar BUY

เลือกกีตาร์ เลือกยังไงให้เข้ากับเรา แล้วจะไม่พลาด

กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีชนิดแรกเลย หากเราอยากจะเล่น ด้วยวิธีการเล่นที่ไม่ยากจนเกินไป ทำให้ใครๆหลายคนที่อยากจะเริ่มเรียนดนตรีด้วยตัวเอง มักจะเริ่มต้นกับกีตาร์ก่อนเป็นอันดับแรก กีตาร์ตัวแรกที่เล่นกันส่วนใหญ่มักจะเป็นกีตาร์โปร่ง เล่นง่ายๆสักตัวหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยจะเลือกกีตาร์โปร่งยังไงดี วันนี้เรามีทริคเล็กๆมาแนะนำกัน ใจเราต้องการแค่ไหน การเล่นดนตรี ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ตาม เรื่องของใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าใจรักที่จะเล่นแล้วล่ะก็ยากแค่ไหน เราก็จะพยายามให้ทำได้ ดังนั้นก่อนจะเดินออกไปซื้อกีตาร์ให้เราถามใจตัวเองก่อนว่า พร้อมแค่ไหนที่จะเล่น อยากเล่นมากแค่ไหน อยากเล่นเพราะชอบ หรืออยากเล่นตามเพื่อน โชว์สาว หรืออะไรก็ตาม สำรวจใจตัวเองแล้วปรากฏว่าพร้อมจริง อยากเล่นจริง อยากศึกษาจริง ก็เริ่มกำเงินออกไปซื้อได้เลย แต่ถ้าใจยังไม่พร้อมจริง ก็ยืมเพื่อนเล่นก่อนดีกว่า อยากเล่นกีตาร์แบบไหน สำหรับมือใหม่ การเลือกกีตาร์โปร่ง ขอแบ่งออกเป็น สองกลุ่มก็คือ แบบโฟลค์ซอง กีตาร์พวกนี้จะเอาไว้เล่นสำหรับตีคอร์ด มือใหม่หัดเล่นกัน จับคอร์ดง่าย เล่นง่าย อีกกลุ่มคือกีตาร์โปร่งแบบคลาสิค แบบนี้จะให้เสียงดีกว่า แต่คอใหญ่จับคอร์ดค่อนข้างยากทีเดียว ต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากเล่นแบบไหน จะได้ไปเดินเลือกซื้อถูก เกิดซื้อมาผิดประเภทการเริ่มเล่นก็จะยากขึ้น พาลให้เลิกเล่นตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มได้เหมือนกัน เงินเราพร้อมแค่ไหน การเป็นนักรบต้องมีดาบ การเป็นนักดนตรีต้องมีอุปกรณ์คู่ใจเช่นกัน ทีนี้การออกไปเสาะหากระบี่คู่ใจนั้น งบประมาณถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ บางทีตั้งงบไว้ไม่สูงมาก แต่ไปอยากได้ของแพงอันนี้ก็ไม่ไหว ตรงนี้เราขอแนะนำว่าถ้าหากเป็นมือใหม่ในการเริ่มเล่นจริงๆ ก็ควรเอากีตาร์ที่ไม่แพงมาก ราคาประมาณหลักพัน หรือจะเป็นมือสอง ก็ได้ มาฝึกให้เก่งจนชำนาญก่อน จากนั้นค่อยถอยตัวที่ แพงกว่ามาเล่นก็ยังไม่สายเหมือนกัน ลองเล่น ลองจับ ลองคลำทุกตัว ทีนี้เวลาเราไปซื้อกีตาร์ที่ร้าน เรื่องหนึ่งที่เราขอแนะนำน้องๆกันเลย คงเป็นเรื่องของการทดลองเล่น ใช่ไหมว่าบางครั้งกีตาร์มันก็เลือกเราเหมือนกัน คิดดูสิกีตาร์ที่วางอยู่อย่างหลากหลาย มันจะมีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้นแหละที่เราเล่นแล้วรู้สึกว่า ใช่ เล่นแล้วมีความสุข ถ้าใครจับกีตาร์ตัวไหนแล้วเกิดความรู้สึกอย่างนี้ก็แสดงว่าเจอเนื้อคู่แล้ว เพราะงั้นลองทุกตัวในร้านไปเลย ซื้อไม่ซื้อว่ากันอีกที ไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างเวลาไปซื้ออย่าไปคนเดียว หาคนรู้เรื่องดนตรีไปด้วยเผื่อให้เค้าช่วยฟัง ช่วยต่อราคาอีกรอบหนึ่ง

Drums

โหน่ง แนะนำซื้อกลองชุด เค้าเลือกกันแบบไหน เลือกยังไงมาบอก

กลองชุดถือว่าเป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ใครที่ชอบเสียงดนตรีแบบเป็นจังหวะ ทุ้ม แหลม สูง ต่ำ เชื่อว่าการเล่นกลองชุดน่าจะถูกใจ นอกจากนั้นการเล่นกลองชุดยังเป็นการฝึกประสาทสัมผัสอีกด้วยนะ ว่าแต่หากต้องการซื้อกลองชุดสักชุดหนึ่ง เราจะเลือกยังไงดี กลองชุดธรรมดา หรือ แบบไฟฟ้า ที่น่าซื้อที่สุด คำถามยอดฮิตของการซื้อกลองชุดเลย ระหว่างกลองชุดธรรมดากับกลองชุดแบบไฟฟ้า เราจะเลือกแบบไหนดี อันนี้ตอบได้แบบฟันธงเลยว่า เลือกตามความชอบและความถนัดจะดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบไหนต่างก็มีข้อดีของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น กลองชุดแบบธรรมดาอาจจะให้เสียงที่สดกว่า แต่แบบไฟฟ้าก็ทดแทนได้ด้วยลูกเล่นที่มากกว่าและขนย้ายได้ง่ายกว่า ส่วนเรื่องของราคามาทีหลัง ความทนทาน แข็งแรง สำคัญที่สุด หลักสำคัญประการหนึ่งของการเลือกซื้อกลองชุดไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม คงต้องเป็นเรื่องของความคงทน เนื่องจากอุปกรณ์ชนิดนี้จะแตกต่างจากเครื่องดนตรีอื่นตรงที่ว่า มันจะถูกรองรับแรงกระแทกที่ค่อนข้างรุนแรงตลอดเวลา นั่นทำให้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆของกลองชุดต้องเน้นไปที่ความแข็งแรงไว้ก่อน ตั้งแต่หน้ากลอง ฉาบ ขาตั้ง เบสดรัม กระเดื่อง ไม้กลอง หรือแม้แต่น็อตยึด โครง ก็ต้องมีความแข็งแรงมาก อย่างต่ำต้องเป็นโครเมียมเท่านั้น สีสันของกลองชุด กลองชุดเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่นอกจากจะแสดงความเป็นตัวตนด้านดนตรีของผู้เล่นแล้ว รูปลักษณ์ ดีไซน์ของเค้าเดี๋ยวนี้ยังสามารถบ่งบอกตัวตันได้ด้วย กลองชุดเดี๋ยวนี้เราสามารถที่จะเลือกสี ลวดลาย ได้ตามความต้องการแล้ว เริ่มตั้งแต่สีพื้นอย่างสีดำ ที่มองหาได้ทั่วไป ไล่เรียงมาถึงสีสันฉูดฉาดอย่าง เหลือง ฟ้า เขียว น้ำเงิน หรือจะเอาแบบลายไม้ ลายเสือ ก็มีเหมือนกัน ตรงนี้เราก็เลือกได้ตามความชอบใจได้เลย ยิ่งเราได้เล่นในสิ่งที่เราชอบ เราจะยิ่งรักมัน เล่นมันได้ดียิ่งขึ้น ยี่ห้อและแบรนด์ กลองชุด การเลือกกลองชุดก็ไม่ต่างกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น เรื่องของยี่ห้อหรือแบรนด์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์ดังราคาก็จะอัพขึ้นตามไปด้วย แต่ก็เชื่อมือในคุณภาพของสินค้าได้เช่นกัน ยี่ห้ออย่าง Tama, Pearl, Mapex, Yamaha น่าจะเป็นชื่อแรกๆที่เรามองหาเลย แต่อย่างไรก็ดีการเลือกสินค้าจากแบรนด์เหล่านี้ก็ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องงบประมาณไว้เหมือนกัน เพราะราคาของเค้าสูงเอาเรื่องทีเดียว เริ่มกันที่หลักหมื่น แต่ถ้าเป็นกลุ่มมือใหม่ หรือน้องๆหนูๆ จะเริ่มต้นที่ราคาหลักพันปลายกับยี่ห้อที่อาจจะไม่คุ้นเท่าไร ก็พอได้เหมือนกัน