Singpala Chil Chil

ฟังเพลงเพราะๆ ร้านสิงห์ป่ะหละ บรรยากาศดีจนอยากไปอีก

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านสำหรับการนั่งชิล กินลมชมวิว แล้วดื่มแบบไม่เร่ง ไม่เสียงดังเกินไป สิงห์ปะหละ เป็นอีกหนึ่งร้านน่านั่ง ที่หลายคนแนะนำเรามา ส่วนจะมีทีเด็ดอะไร แล้วทำไมเราควรไปนั่งชิลที่ร้านนี้ เรามีคำตอบ พิกัดที่ตั้งของสิงห์ปะหละ สำหรับที่ตั้งของร้านนั้น บอกได้เลยว่าหาไม่ยากอย่างที่คิด เพราะสิงห์ปะหละ นั้น ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาลสอง ตรงแยกมีนบุรี ที่บางกะปิ ก่อนถึงบางชัน ด้วยความที่ร้านหาไม่ยาก และมีพื้นที่จอดรถรองรับอย่างมากมาย ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักดื่ม ราคาไม่แรงอย่างที่คิด เมื่อเที่ยบกับปริมาณของอาหาร และเครื่องดื่มแล้ว บอกได้เลยว่า ราคาอาหาร และเครื่องดื่มของ สิงห์ป่ะหละ ถือว่าน่ารักพอสมควร และหากมากันเป็นกลุ่ม ไม่ต้องห่วงเลยเรื่องของการหารค่าอาหาร มากินที่นี่ไม่แพงอย่างที่คิด โดยเฉพาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบค๊อกเทล นี่ยิ่งต้องชอบอย่างแน่นอน เพราะค๊อกเทลที่นี่แก้วบิ๊กเบิ้ม และสำหรับเมนูยอดฮิต ที่มาแล้วต้องโดนมีหลายเมนูทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหมึกนึ่งมะนาว รสชาติจัดจ้านเหมาะมากสำหรับสั่งมากินแกล้มกับเบียร์ หรือเมนูชื่อแปลกแต่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่าง สิงห์คลุกฝุ่น และกะพงปะล่ะ ก็น่าลองไม่แพ้กัน ซึ่งราคาค่าอาหารนั้น จะอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่า มาที่นี่แล้วงบจะบานปลาย เพลงเพราะ เอาใจคนทุกรุ่น ถ้ามาที่นี่ในเวลาดึกๆ หน่อยอาจจะได้ฟังดนตรีสดจากวงต่างๆ ที่มักจะเวียนกันมาเล่นในร้าน เพื่อผ่อนคลายความเครียดให้กับลูกค้าเสมอ และสำหรับบ้านไหนที่มีเด็กๆ มาด้วย ที่นี่ก็พร้อมเปิดต้อนรับเช่นเดียวกัน เพราะในช่วงหัวค่ำ จะมีการเปิดเพลงเบาๆ ให้ได้ฟังกันเพลินๆ เหมาะกับการสังสรรค์แบบครอบครัว ยามเลิกงาน หรือในวันที่แสนพิเศษ สำหรับคุณ เวลาเปิดปิด สำหรับคนที่ต้องการมาที่สิงห์ปะหละ เวลาเปิดปิดของร้านคือ ช่วงเย็นๆ แดดร่มลมตก 17.00 น. ไปจนถึงช่วงตี 2 ของอีกวัน ดังนั้น หากใครคิดจะดริ้งค์กันยาวๆ ช่วง 21.00 เป็นต้นไป เป็นช่วงเวลาที่คุณต้องไม่พลาด ถ้าในวันทำงานของคุณนั้นแสนหนักหน่วง เราอยากจะให้คุณ ได้มาผ่อนคลายที่สิงห์ปะหละ ในช่วงของวันหยุด หรือยามเย็น เพราะที่นี่เต็มไปด้วยอาหารชั้นดี มีดนตรีสดที่น่าสนใจ และที่สำคัญ คือ ราคาไม่ได้แพงจนกระเป๋าฉีก ดังนั้น ต่อให้เป็นพนักงานเงินเดือนไม่มากนัก ก็สามารถมาเที่ยวที่นี่ได้อย่างไม่เคอะเขินอย่างแน่นอน และเรากล้ารับประกันความประทับใจของที่นี่ ดังนั้น นัดเลี้ยงลูกค้าคราวหน้า สิงห์ปะหละ ก็เป็นตัวเลือกที่เรากล้าบอกได้เลยว่า เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ ในกรุงเทพ

music-song-live-Tec

เทคนิคการร้องเพลงให้เพราะสำหรับมือใหม่

การร้องเพลงถือเป็นศาสตร์และเป็นศิลปะที่นำมาประกอบกัน ที่ว่าเป็นศาสตร์ก็เพราะการร้องเพลงเป็นเรื่องของการควบคุมเสียง ลมหายใจให้เปล่งออกมาในรูปแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นตัวโน๊ตต่ำสูง จังหวะสั้นยาวตามบทเพลงที่กำลังร้องอยู่นั้น และเป็นศิลปะของการถ่ายทอดซึ่งจะต้องถ่ายทอดทั้งความหมายของบทเพลง อารมณ์ของบทเพลงให้แก่ผู้ฟังได้เข้าใจ สัมผัสและรู้สึกร่วมด้วย การร้องเพลงให้ได้ไพเราะและถ่ายทอดอารมณ์เนื้อหานั้นจึงไม่ใช่จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนทุกๆ คนเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปหากได้รู้ถึงเทคนิคในการร้องและฝึกฝนบ่อยๆ ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะร้องเพลงให้ไพเราะได้ในรูปแบบของตนเองแม้ว่าจะเป็มนมือใหม่ที่เพิ่งหัดร้องเพลงก็ตาม เทคนิคการร้องเพลงสำหรับมือใหม่มีดังนี้ 1. การฝึกหายใจ การร้องเพลงที่ไพเราะสิ่งแรกที่จะต้องฝึกคือฝึกเทคนิคในการหายใจ หลักการก็คือนักร้องจะต้องรู้จักเก็บลมให้พอเพื่อใช้ในการเปล่งเสียงในแต่ละห้องตัวโน๊ต ใช้ในการเอื้อนและหายใจออกในจังหวะที่เหมาะสม หายใจเข้าในจังหวะที่เหมาะสม การเช็คง่ายๆ ว่าเราหายใจได้ถูกต้องต่อการร้องเพลงแล้วหรือยังทำได้โดย เมื่อหายใจเข้าท้องจะต้องป่อง หายใจออกท้องจะแฟ่บ วิธีฝึกคือ ยืนตัวตรงให้เท้าทั้งสองข้างแยกออกเปิดหัวเท้าเล็กน้อยเท้าวางที่พื้นเสมอกับไหล่ทั้งสองข้าง แขนสองข้างอยู่ขนานลำตัว หายใจเข้าให้เต็มปอดหายใจทางจมูก กลั้นหายใจไว้สักครู่ จากนั้นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก นับ 123456 ช้าๆ เท่ากับ 1 ครั้ง ฝึกแบบนี้เรื่อยๆ จะทำให้รู้จักจังหวะในการกักเก็บลม เพื่อเตรียมร้องเพลงต่อไป 2.ฝึก เปล่งเสียง การฝึกเปล่งเสียงทำได้โดยการเลือกเพลงที่ชอบมา 1 เพลง จากนั้นให้ฟังโดยมีสมาธิหลายๆ รอบจนรู้สึกคุ้นและจำได้ทั้งหมด จากนั้นให้ฮัมหรือคลอตามเบาๆ ก่อน ถ้าอ่านโน๊ตดนตรีได้ให้หาโน๊ตของเพลงนั้นมาแล้วดูตามพร้อมกับเปิดเพลงฮัมคลอตาม ต่อมาให้ร้องว่าลาตามตัวโน๊ตและหายใจเข้าออกโดยหายใจเข้าออกตามห้องตัวโน๊ตนั้น หรือถ้าไม่มีโน๊ตเพลง อ่านไม่ได้ ให้ร้องตามนักร้องที่ร้อง สังเกตการหายใจและพัฒนาการกักเก็บลมหายใจและการหายใจเข้าออก โดยต้องออกเสียงให้ครบตัวโน๊ตเพลงไม่ให้ขาดห้วงก่อน และหายใจกักเก็บลมให้พอตามจังหวะเพลง 3. เข้าใจเนื้อเพลงและถ่ายทอด นักร้องที่ร้องเพลงได้ไพเราะจะต้องตีความเนื้อเพลงและทำนองให้ได้ตามอารมณ์ที่เหมาะสม ชัดเจน การตีความเนื้อเพลงว่าจะต้องถ่ายทอดอย่างไรจึงสำคัญและร้องด้วยความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เพลงที่ร้องออกมาจะไพเราะทั้งจากการใช้เสียงที่ถูกต้อง มีพลังและการถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงได้อย่างลึกซึ้ง

สองร้านหมูกระทะเลื่องชื่อในเมืองกรุง สายพุงกางเราต้องไปกินถล่มให้เละ

หมูกระทะ เมนูยอดฮิตสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ส่วนมากร้านหมูกระทะจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ จึงมีความหลากหลายของอาหารไว้ให้เลือกสรรมากมายตามต้องการของลูกค้า ทั้งเนื้อหมูหมักในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูพริกไทยดำ หมูนุ่ม หมูหมักงา หมูบาบีคิว หมูสามชั้นสไลด์ เบค่อน นอกจากนั้นยังมีเนื้อวัว เนื้อไก่ ซีฟู้ด และอีกมากมายหลายหลากเมนูให้เลือกปิ้งย่างอย่างจุใจ บางร้านยังมีการเพิ่มอาหารต่าง ๆ ลงไปในเมนูบุปเฟ่ต์ด้วยทั้งซูชิ ยำ ลาบ น้ำตก ส้มตำ ไอศกรีม ขนมหวาน และอีกมากมายไม่อั้น เพราะเหตุนี้ร้านหมูกระทะจึงเป็นที่นิยมของคนทุกชนชั้นไปทั่วหัวระแหง แล้วในเมืองกรุงมีร้านหมูกระทะอะไรที่เลื่องชื่อบ้างนะ ตามไปดูกันครับ อัพทูยูบุฟเฟ่ต์ (Up2you Buffet) ร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 แยก 39 คิดราคา 249 บาทต่อหัว ค่าเปลี่ยนถ่านครั้งละ 30 เครื่องดื่มฟรีไม่อั้นยกเว้นแอลกอฮอล์ นอกนั้นไม่อั้นทุกอย่าง มาดูกันว่าราคาขนาดนี้จะมีเมนูอะไรและคุ้มค่าแค่ไหน เริ่มต้นที่ทางร้านจะมีกระทะทองไว้คอยบริการเพื่อลดการไหม้และการติดกระทะของหมู ทำให้เรารับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยและสบายใจว่าปลอดภัยจากมะเร็งมากขึ้น ส่วนทางด้านของอาหารนั้นมีให้ท่านเลือกสรรมากกว่า 80 อย่าง ทั้งหมู เนื้อ ไก่ หมักในรูปแบบต่าง ๆ ซีฟู้ดเรียงหน้ากันเข้ามาตั้งแต่กุ้งตัวโต ปลาหมึกสด หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยแครง ปูม้า ปลาแซลมอน และปลาอื่น ๆ พิเศษสุดคือมีกุ้งแม่น้ำสด ๆ ตัวใหญ่ ๆ อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีซูชิ สลัด สเต็ก และอีกหลากหลายเมนูที่ขยันผลัดเปลี่ยนทุกวันเพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อ ส่วนของหวานมีทั้งไอศกรีม ขนมหวาน ผลไม้ ไว้บริการกันอย่างไม่อั้นเลยทีเดียว แถมยังมีพนักงานคอยบริการเผาปลาให้อีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่เด็ดสุดคือ น้ำจิ้ม ที่มีไว้ให้เลือกกันหลากหลายและแซ่บสะเด็ดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มแจ่ว และอีกไม่อั้น รอให้คุณไปสัมผัสความอร่อยนี้ด้วยตัวเองที่ Up2you Buffet ที่สำคัญอิ่มอร่อยกันได้เต็มที่ ไม่จำกัดเวลานะครับ บาร์บีคิวรีสอร์ท (Bar B Q Resort) อีกหนึ่งร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับความนิยมจนกระทั่งมีถึง 6 สาขาด้วยกันคือ บางแค บางนา ปิ่นเกล้า รามอินทรา นวนคร และวงศ์สว่าง ความเด็ดที่มัดใจลูกค้าจนเป็นที่นิยมไปทั่วขนาดนี้มาจากเมนูคาวหวานที่มีไว้บริการมากมายถึงกว่า 200 เมนู ในราคาเพียง 229 บาทเท่านั้น และไม่จำกัดเวลาอีกด้วย เครื่องดื่มฟรีไม่อั้นยกเว้นแอลกอฮอล์ อาหารไม่อั้น มีแรงกินเท่าไรกินไป ความเด็ดของบาร์บีคิวรีสอร์ทนี้อยู่ที่ความสดสะอาดและหลากหลายของอาหาร เริ่มตั้งแต่เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ทั้งหมูหมักแบบต่าง ๆ เนื้อวัว ที่พิเศษมีโคขุนโพนยางคำไว้บริการด้วย เบค่อน ไก่ กุ้งแม่น้ำ ซีฟู้ดหลากชนิด เช่น หอยเชลล์ หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า กุ้ง นอกจากนั้นยังมีอาหารที่ทางร้านทำไว้สำเร็จแล้วไว้บริการ เช่น เสต็ก สลัด ติ่มซำ กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งแช่น้ำปลา ยำปลาดุกฟูหอยเชลล์อบชีส พาสต้าและมะกะโรนีปรุงในซอสต่าง ๆ ส่วนของหวานนั้นมีทั้งขนมหวาน ไอศกรีม สลัดและผลไม้อีกหลากหลาย เรียกได้ว่ากินกันไม่ทั่วถึงเลยทีเดียว แถมยังถูกปากถูกใจทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

แนะนำวิธีแกะคอร์ดเพลงชั้นเซียนแล้วง่ายนิดเดียว

การแกะคอร์ดเพลงเป็นเรื่องที่นักดนตรีหลายคนต้องทำกันมาบ้างโดยเฉพาะนักร้องกลางคืน ซึ่งต้องแกะคอร์ดอยู่เป็นประจำเพื่อนำเพลงไปเล่น  นอกจากนี้ยังนิยมในหมู่วันรุ่นที่หัดเล่นกีต้าร์อีกด้วย วันนี้เราเลยมีวิธีการแกะคอร์ดเพลงให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาฝากกันค่ะ คอร์ด คือ กลุ่มของตัวโน้ต แต่เวลาเล่นเป็นคอร์ด จะมีโทนเสียงเฉพาะของตัวเอง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือคีย์เสียง ถ้าฝึกฟังบ่อยๆ ก็จะสามารถแยกเสียงออกได้เอง การฝึกแกะคอร์ดควรเริ่มจากเพลงที่มีคอร์ดง่ายๆก่อน จะทำให้เข้าใจได้เร็วยิ่งขึ้น แกะด้วยหู ขั้น 1 เริ่มจากหาตัว Root ของแต่ละคอร์ดให้เจอก่อน สำหรับคนมีความชำนาญมาก แค่ฟังก็รู้แล้วคอร์ดนั้น Root คือตัวไหน แต่สำหรับมือใหม่หัดแกะขอแนะนำว่าให้เริ่มฟังจากเสียงเบสหรือเสียงที่ต่ำที่สุดของคอร์ดก่อน ต่อมาให้ไล่หาโน้ตบนเครื่องดนตรีว่าเป็นโน้ตตัวไหน โดยวิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ 60-70% เพราะมีเพลงที่ตัวต่ำสุดไม่ใช่ตัว Root ขั้น 2  คอร์ดสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ คอร์ด Major และคอร์ด Minor ก็ลองเล่น Major หรือ Minor ไปเลย แล้วนำมาเทียบว่าอันไหนใกล้เคียงกว่า ก็เลือกอันนั้นแหละ แต่ถ้าทั้งสองคอร์ดนี้ยังไม่มีความใกล้เคียง ก็ลองเล่นคอร์ด Suspended II หรือ Suspended IV แทน ขั้น 3  คือการหาตัว V ปรกติแล้วตัวนี้จะค่อนข้างตายตัว แต่บางครั้งก็อาจจะลดลงมาครึ่งเสียง เป็น diminished V หรือเพิ่มขึ้นครึ่งเสียง เป็น augmented V ก็เป็นได้ ขั้น 4 เป็นการหาโน้ตตัวที่ 4 โน้ตตัวนี้ค่อนข้างยาก สำหรับคนเพิ่งหัดแกะถ้าไม่เอาให้เหมือนมากจะข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยก็ได้ แต่ถ้าอยากเอาเหมือนเพลงเด๊ะๆ ในขั้นตอนนี้ก็ต้องพึ่งหูเพียงอย่างเดียว ก็ลองดูว่าคอร์ดที่ดูอยู่นั้นเป็น Major หรือ Minor นั่นเอง แกะด้วยทฤษฎี วิธีนี้จะเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นพื้นฐาน เริ่มจากหาโน้ตเบสของแต่ละคอร์ดจับมารวม ๆ กัน โดยเอามาแค่ทีละท่อนต่อมาลองเอาโน้ตในสเกล มาหาว่าในสเกลนั้นมีคอร์ดอะไรบ้าง ลองเอาโน้ตออกมาทีละตัว เป็นตัว root แล้วจับอีกสองตัว ถัดออกจากโน้ตตัวนั้น ต่อมาดูว่าโน้ตสามตัวนั้นผสมกันออกมาแล้วเป็นคอร์ดอะไร ผสมกันให้ได้ครบทุกแบบ แล้วลิสต์รายชื่อคอร์ดในแต่ละสเกลเอาไว้  โดยวิธีนี้ได้ผลราว ๆ 60-70%  เนื่องจากบางทีมีการเปลี่ยนใช้คอร์ดซึ่งไม่ได้อยู่ในสเกล ก็ลองใช้ทั้งสองวิธีปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เอา การฝึกฝนจนเกิดความชำนาญเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ถ้าเราไม่ย่อท้อไปเสียก่อนรับรองว่าเราจะไปถึงฝันได้อย่างแน่นอน

timsamai panthai

พาชิมผัดไทประตูผี ไปกินที่แทบช็อกราคาน่าตกใจ

อาหารไทยถือว่าเป็นมรดกประจำชาติอีกอย่างหนึ่งที่คนไทยเราช่วยกันเผยแพร่ไปทั่วโลกกันมาแล้ว หนึ่งอาหารไทยที่เชื่อว่าเป็นอาหารที่ใครหลายคนชอบมากนั่นก็คือ ผัดไท โหน่งก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบอาหารชนิดนี้มากเช่นกัน แล้วก็เลยเป็นที่มาของบทความของเราในวันนี้ เนื่องจากถ้าจะพูดถึงผัดไทแล้ว ผัดไทประตูผี คงเป็นร้านอันดับต้นๆที่นักชิมทั้งไทยและเทศต้องลอง ผัดไทประตูผี อยู่ที่ไหน สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพเป็นหลักอาจจะงง ว่า ผัดไทประตูผีมันอยู่ตรงไหนของกรุงเทพ อันนี้เราขอแนะนำพิกัดกันสักนิดหนึ่ง ร้านนี้ชื่อเต็มๆก็คือ ร้านผัดไทยทิพย์สมัย ตั้งอยู่เยื้องกับสี่แยกสำราญราษฏร์ใกล้ๆกับวัดเทพธิดาราม กับ วัดราชนัดดา หากจะขับรถไป จำง่ายว่าเลยเสาชิงช้าขึ้นมาจะเจอสี่แยกสำราญราษฏร์ ก็จะเห็นร้านเลย ตัวร้านถือว่าเป็นร้านที่ไม่ได้เน้นการตกแต่งอะไรมาก ยังคงความเป็นคลาสสิคสมัยดั้งเดิมอยู่ มีภาพเขียน ภาพโฆษณาจากยุคก่อนๆให้ได้ดูกันเพลินๆอีกด้วย น้ำส้ม ราคาดั่งทอง ที่ร้านผัดไทยทิพย์สมัยนี้ ต้องบอกเลยว่าเค้าไม่ได้มีทีเด็ดที่ผัดไทยอย่างเดียว เครื่องดื่มของเค้าเด็ดไม่แพ้กัน ที่นี่จะมีน้ำส้มคั้นแบรนด์ของเค้าเองขาย ราคาอาจจะต้องตกใจเล็กน้อย เพราะขวดใหญ่ราคาอยู่ที่ 150-160 บาท(ปรับตามราคาส้ม) ส่วนขวดเล็ก 80 บาท ราคาของเค้าแพงก็จริง แต่หากได้ชิมจะรู้เลยว่า ของดีทีเดียว ความสดของน้ำส้ม เกล็ดส้ม ความหวาน ความชื่นใจ นี่มาเต็มจนหยดสุดท้ายแบบที่แบรนด์ที่กินๆกันตามร้านสะดวกซื้อให้ไม่ได้ แต่ราคาก็แอบแพงไปจริงๆนั่นแหละ ผัดไทประตูผี ไม่ดีเหมือนเก่า มาดูกันที่ไฮไลต์ของงานอย่าง ผัดไทกันบ้าง จริงๆที่ร้านมีเมนูผัดไทเยอะมาก มีการปรับปรุง เติมนั่น เติมนี่เข้าไปเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่เราขอเลือกเมนูพื้นฐานแบบสุดๆอย่าง ผัดไทเส้นจันทร์มันกุ้งสดห่อไข่ ที่ใครไปต้องสั่งมากินเท่านั้นไม่งั้นมาไม่ถึง ปรากฏว่าหลังจากรอนานจนเหนื่อยก็ได้กินสักที หน้าตาอาหารน่ากินทีเดียว ผัดไทที่ห่อไข่มาแล้วเรียบร้อย ดูยั่วน้ำลายดีชะมัด แต่ปริมาณน้อยไปหน่อยนะกับราคา 80 บาทเนี่ย พอเริ่มกินเข้าไปคำแรก ก็พอได้นะ แต่ผ่านไปสัก 2-3 คำเท่านั้นแหละต้องบอกว่า ความเลี่ยน เข้าเล่นงานเข้าอย่างจัง ความมันของเส้นที่ต้องบอกว่าเยิ้มเลย กุ้งที่มองหาอยู่นานก็ตัวเล็กไปหน่อย  สรุปว่ารีบกินให้หมดเลย(มีน้อยอยู่แล้วด้วย) กินเพราะอร่อย หรือ การตลาด ต้องบอกว่า ผัดไทประตูผี เดี๋ยวนี้ไม่แซ่บ ไม่อร่อย เหมือนก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งเราก็เข้าใจได้ว่า มีลูกค้าเยอะขึ้น การจะมาทำอะไรแบบเดิมก็คงจะรองรับลูกค้าได้ไม่หมด แต่ว่าเจออย่างนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ ตอนเดินออกจากร้านมาเลยกลับมานั่งคิดเลยว่า ที่คนเค้าแห่กันไปเข้าแถวต่อคิวซื้อกันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินี่ มันเป็นเพราะว่าอร่อยจริงหรือ การตลาดเค้าดีเหมือนกับร้านอาหารยี่ห้ออื่นกันแน่ โหน่งไปกินแล้วรู้สึกว่าอาหารก็ปานกลาง หรืออาจจะเป็นที่ลิ้นผมก็ได้ ถ้าเพื่อนคนไหนไปกินแล้วบอกอร่อยผมก็ขออภัยด้วยนะครับ

meathing-and-friend

เพื่อนไม่เก่า

หลายคนคงจะมีความทรงจำอันดีกับเพื่อนเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้น มัธยมปลายจนถึงมหาลัย ต่างก็มีมิตรภาพที่หอมหวานและชวนให้คิดถึงเสมอเมื่อแต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่อได้มีโอกาสมาเจอกันทำให้มีเรื่องให้พูดคุยมากมายร้อยแปดเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมัยก่อนที่เจอหรือเรื่องที่แต่ละคนไปพบเจอมา ทำให้ทุกครั้งที่พวกเราแต่ละคนได้มาเจอกันจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานมากมายที่ไม่รู้จบ ด้วยความที่ผมอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวของผมกับเพื่อนๆ ในวันที่อากาศเย็นสบายตามด้วยเสียงสายฝนโปรยปรายกระทบกับเสียงหลังคาบ้าน ทำให้อารมณ์เหงามันผุดออกมาให้คิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น และคิดว่าผมต้องถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะไม่เช่นนั้นผมจะต้องค้างคาใจไปทั้งวันแน่นอน ทุกครั้งที่พวกเราจะนัดเจอกันสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเรามักถกเถียงกันเป็นประจำและทุกครั้งไปก็คือเรื่องของสถานที่กิน เพราะคนนั้นก็ไม่ชอบกินนี่บ้าง บ้านไกลบ้าง ไม่สะดวกบ้าง ทำให้ทุกครั้งต้องหาสถานที่นัดเจอกันนานมากๆ อีกอย่างพวกเราไม่ชอบนัดเจอกันในร้านที่มีดนตรีเสียงดัง หรือตามผับตามบาร์ เพราะจะทำให้พวกเราพูดคุยสนทนากันไม่รู้เรื่อง พวกเราชอบพูดคุยมากกว่าเมื่อได้มีโอกาสมาเจอกัน แต่เชื่อไหมว่าเมื่อไหร่ที่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปที่ไหนดีสุดท้ายก็จะจบลงกันที่ “ร้านหมูกะทะ” ซึ่งมันเป็นเหมือนคำสั่งที่พวกเราต้องตอบตกลง และทุกครั้งก็จะไม่มีใครคัดค้านเต็มที่ก็แค่บ่นเบื่อแต่ก็ไป ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหมูกระทะมักจะเป็นสถานที่พบปะพูดคุยกัน อาจจะด้วยเพราะความสนุกสนานที่ได้จากการปิ้งย่าง และสามารถพูดกันเสียงดังขนาดไหนก็ได้แถมยังมีราคาถูกนั่งกินได้ตลอดทั้งคืนแบบสบายใจ การที่ได้เจอกับเพื่อนอีกครั้งนับว่าคุ้มค่ามากมายเพราะนอกจากจะได้พักผ่อน ยังได้ระบายเรื่องราวในใจที่มีแต่เพื่อนของเราเท่าที่เข้าใจ

music-fastival-job

ชีวิตที่วนเวียนอยู่กับร้านอาหารก็ดีเหมือนกันนะ

ในถานะที่เป็นนักร้องหากินเช้า – ค่ำไปวันๆ ทำให้ต้องร้องเพลงตามร้านอาหารหรือร้านเหล้าลานเบียร์ตอนกลางคืนต่างๆ ยอมรับว่าช่วงแรกเบื่อมากๆ เพราะเป็นงานที่ต้องเลิกดึกการเดินทางอะไรก็อันตราย แถมมีค่าแรงที่น้อยมากๆ เพราะต้องแบ่งรายได้ให้เท่าเทียมกันภายในวง หนึ่งอาทิตย์ต้องรับงานไม่ต่ำกว่า 4 วัน ทำให้บ่อยครั้งมีอาการเจ็บคอและเหนื่อยมากๆ เคยคิดว่าจะเลิกร้องเพลงไปเลยแล้วทำมาหากินด้านอื่นให้รู้แล้วรู้รอด แต่ด้วยความชอบด้านการดนตรีและมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่มันแยกจากกันไม่ได้ ทำให้ต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้นสำหรับผม แต่การที่ได้พบปะเจอผู้คนมากมายหลากหลายนิสัยทำให้ผมเริ่มรักอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น ได้สังเกตผู้คนที่มารับประทานกินข้าวหรือจะมาฟังเพลงของผม ได้สังเกตคนเดิมและคนใหม่ๆ ทำให้การร้องเพลงผมมันไม่น่าเบื่ออีกต่อไป การได้มองพวกเขาจะได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน หรือบ่งบอกถึงการพัฒนาตัวเองของผมได้ เช่น บางคนไม่เคยสนใจฟังเพลงที่ผมร้องเลยแต่ปัจจุบันเขาสนใจฟังผมมากขึ้น หรือบางคนไม่อินกับเพลงที่ผมร้อง พอผมเปลี่ยนแปลงเขาก็สนใจขึ้นมาทันทีเพราะอาจจะเป็นเพลงที่เขาชอบก็ได้ ทำให้ถ้าผมเห็นพวกเขามารับประทานอาหารที่ร้านเมื่อไหร่ก็จะเล่นเพลงที่เขาชอบทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพวกเขา ทำให้มีกำลังใจในการร้องเพลงมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยละครับ ตอนนี้ผมเลิกคิดเล็กคิดน้อยกับการร้องเพลงตามร้านอาหารกลางค่ำกลางคืนอีกแล้ว เพราะการไม่เลือกงานก็คือการฝึกฝนให้เรารู้จักสู้กับปัญหา การได้สนุกกับสิ่งที่ตัวเองชอบต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวผมเอง แล้วก็คิดว่าปัจจุบันแม้จะไม่มีใครฟังผมร้องเพลง เอาแต่กินเหล้ากินเบียร์จนเมากันผมก็ไม่สนใจอีกแล้ว ผมคิดว่าทำให้ดีที่สุดก็พอสำหรับผมในตอนนี้

waterfall-class2

วันพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

กลับมาอีกครั้งกับนายโหน่งนักดนตรีไทยบ้านจากพะเยา วันนี้ผมมีเวลาว่างๆ เลยอยากจะมาอัพเดทเรื่องราวส่วนตัวของผมเอง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ และครอบครัวที่กาญจนบุรี อยากไปสัมผัสกับน้ำตกเอราวัณสักครั้ง เนื่องจากได้ยินชื่อด้าน 1 ในน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบเลยก็คือการนั่งรถขึ้นเขา เพราะมันเป็นอะไรที่ทรมานมากสำหรับตัวผมเอง กว่าจะถึงทางเข้าน้ำตกก็ใช้เวลานานเลยทีเดียว ทำให้ผมทั้งเวียนหัวและหิวข้าวสุดๆ พอถึงหน้าทางเข้ารู้สึกจะเสียค่าเข้าประมาณ 100 บาทเห็นจะได้ ทางเจ้าหน้าที่จะมีรถรับ – ส่งจากจุดทางเข้าไปยังน้ำตกบริการแก่นักท่องเที่ยว แต่ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปเพราะอยากสัมผัสกับบรรยากาศทั้งหมดมากกว่า ต้องยอมรับว่าระยะทางจากปากประตูทางเข้าจนถึงน้ำตกนั้นมีระยะทางไกลพอตัวเลย น่าจะไม่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร แต่ที่ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยก็น่าจะเป็นธรรมชาติรอบๆ ตลอดระยะทางเดินมากกว่าที่ทำให้รู้สึกว่าสดชื่นและเดินเท่าไหร่ก็ไม่มีเหนื่อย ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกและต้นไม้เขียวขจีมากมายรอบตัว แถมยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เดินกันอย่างควักไคว่ ทำให้อาการปวดหัวจากการนั่งรถขึ้นเข้าหายไปอย่างปลิดทิ้งเลยทีเดียว พอถึงที่หมายมีทั้งห้องน้ำ, ร้านค้า และจะเห็นว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มปูเสื่อหรือกินข้าวกันตั้งแต่ชั้นนี้เลย รู้สึกว่าน้ำตกเอราวัณจะมีประมาณ 7 ชั้นหรือ 8 ชั้นนี้แหละผมเองก็จำไม่ได้ สำหรับชั้นนี้จุดเด่นอยู่ตรงที่มีปลาเยอะมาก แถมน้ำก็ยังเย็นเจี๊ยบถึงใจทำให้สดชื่นสุดๆ ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ของน้ำตกเอราวัณเลยก็คือ การจุ่มเท้าลงในน้ำตกแล้วปล่อยให้ปลาตอด ทำให้รู้สึกฟินและเพลินอย่างสุดๆ ผมจัดการเดินขึ้นไปชั้นที่สูงกว่าเพื่อมาให้คุ้มไหนๆ ก็มาทั้งที แต่เดินไปได้แค่ชั้น 5 ก็รู้สึกเหนื่อยสุดๆ รีบกลับลงมาแทบไม่ทัน ตลอดทางที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือการห้ามสูบบุหรี่ในเขตท่องเที่ยว อาจจะป้องกันการเดินเพลิงไหม้และควันที่รบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ผมประทับใจมากๆ สุดท้ายแล้วผมก็กลับมายังชั้นแรก และกินข้าวเล่นน้ำจนถึงช่วงเย็น ก่อนที่จะจัดแจงล้างตัวให้สะอาดแล้วเดินทางกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ …

payaobargroup

ลุยงานใหญ่มากันครบคณะ เอาให้สุดไปเลย

อีกหนึ่งวันที่สนุกไปกับงาน ครั้งนี้ได้มีโอกาสไปแสดงฝีมือของวงที่ร้านอาหาร ทำให้เลือดสูบฉีดเต็มที่ พร้อมพยายามเล่นกันเต็มที่สุดๆ เพื่อหวังให้งานออกมาดี วันนั้นกว่าจะได้ขึ้นร้องก็ปาไป 2 ทุ่มแล้ว คนในร้านเองก็เริ่มเมากันแล้วทำให้มีคนสนใจฟังเพลงมากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่างัดเพลงอะไรออกมาโชว์ก็ร้องตามได้ทุกเพลง เตรียมความพร้อมกันให้ ตรวจสอบความหล่อกันก่อนลงสนามจริง ยอมรับว่าตื่นเต้นสุดๆ วันนี้กะจะมาแบบร๊อคให้สุดไปเลย พอถึงเวลาขึ้นเวทีก็เริ่มด้วยเพลงช้าก่อนเลย .. บิ้วอารมณ์คนฟังตามสไตล์นักร้องโหน่ง ก็เป็นไปตามคาดคนฟังส่วนใหญ่เริ่มไม่สนใจจะกินเบียร์กินเหล้ากันแล้ว .. หันหน้ามาฟังเพลงกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็อดเขินอายไม่ได้ จุดท้ายก็จบด้วยเพลง “ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ” พออารมณ์เปลี่ยนมาเป็นแนวร๊อค ก็เลยต้องสับเปลี่ยนตัวกับน้อยอาร์มขาร๊อค เรียกได้ว่ามาโชว์ครั้งนี้จัดกันไปแบบครบรสชาติสุดๆ ไปเลย สุดท้ายนี้ผมจะมาเรื่องราวอะไรมาแบ่งปันบ้าง ก็ช่วยติดตามกันไป .. แน่นอนว่าผมจะพยายามสร้างผลงานดีๆ ให้ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน – นายโหน่ง

payaomusicfest

ย้อนหลังงานสงกรานต์ ณ จ.พะเยา วันที่ 13/4/2559

วันที่ 13 เดือน 4 พ.ศ.2559 วันปีใหม่ประจำปีแห่งประเทศไทย วันแห่งความสุขที่รอคอยเพื่อที่จะได้ฉลองกับเพื่อนๆ เริ่มต้นสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิตประจำปี รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ผมนี่ไม่พลาดที่จะออกไปฉลองกับเพื่อนๆ พร้อมกินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าผมไม่พลาดที่จะโชว์สิ่งที่ถนัดที่สุดคือร้องเพลงสร้างความสุขกลางวงเหล้า … ถ่ายกับน้องสาวสุดสวยสักหน่อย ทันที่เมื่อตั้งวงได้ไม่รอช้าปะแป้งทักทายกันก่อน พร้อมโชว์พลังเสียงกันแต่ละคน เอาเป็นว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียวเชียว โดยเฉพาะป๊าแจ่มกับน้าบิลไม่ยอมวางไมโครโฟนกันเลย !! แหนะก็ยังคงไม่ยอมปล่อยไมค์ ทนไม่ไหวหยิบไมค์แล้วรุกมาร้องเองเลยดีกว่า จนถึงตอนนี้เรียกได้ว่าแต่ละคนไฟกำลังมา อะไรก็หยุดฉุดไม่อยู่แล้วบอกเลย ปิดท้ายด้วยภาพเท่ๆ ให้โลกรู้ว่าเรามันเจ๋งแค่ไหน